ฝ่ายจัดการเครือข่ายและผลงาน


ความเป็นมาของฝ่าย

ศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๗ มีแนวทางการดำเนินงานที่มุ่งเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของบุคลากรทางการศึกษา และเยาวชน ให้ยึดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินชีวิตและภารกิจหน้าที่ โดยร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนขยายผลอย่างเป็นระบบและมีคุณภาพ เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาและความเข้มแข็งของสถานศึกษาพอเพียง ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายด้านการศึกษา รวมทั้งขยายผลสู่ชุมชน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสนองพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้เป็นพื้นฐานที่มั่นคงในการพัฒนาประเทศที่สมดุลและยั่งยืนสืบไป ศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ มีการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยแบ่งเป็น 4 ฝ่าย คือ ฝ่ายจัดการเครือข่ายและผลงาน ฝ่ายพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ ฝ่ายทุนเศรษฐกิจพอเพียง และฝ่ายพัฒนาสื่อและเสริมสร้างความเข้าใจ

ภารกิจ

สนับสนุนสถานศึกษาพอเพียงที่มีความเข้มแข็งและสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองในการเป็นแบบอย่างในการเผยแพร่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา รวมถึงหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร งานพัฒนาด้านต่างๆ และการพัฒนาตามแนวพระราชดำริของพระองค์ ฝ่ายจัดการเครือข่ายและผลงาน ศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ มุ่งหวังที่จะส่งเสริมให้สถานศึกษาพอเพียงได้มีการพัฒนา คุณภาพ มีความเข้มแข็งและเกิดความยั่งยืนในการคงสภาพความเป็นสถานศึกษาพอเพียงต่อไป เพื่อเป็นแบบอย่างการนำผลงานไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิตและการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จนขยายผลสู่ชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน จึงจัดให้มีการคัดกรองและคัดเลือกรางวัลสูงสุดระดับชาติสถานศึกษาพอเพียงที่มีผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศขึ้น รางวัลสูงสุดระดับชาติสถานศึกษาพอเพียงที่มีผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ เกิดขึ้นเพื่อช่วยขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา และช่วยสนับสนุนให้เกิดการขยายผลอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการให้สถานศึกษาที่ได้รับการประกาศเป็นสถานศึกษาพอเพียงกว่า 20,000 แห่ง ทั่วประเทศ และมีศักยภาพเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการดารงชีวิตอยู่อย่างพอเพียงและการจัดการศึกษาที่ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จนสามารถเป็นแบบอย่างให้แก่สถานศึกษาพอเพียงอื่นๆ รวมถึงชุมชนและสังคมในวงกว้างได้ ยกระดับคุณภาพไม่ให้หยุดนิ่งหลังจากได้รับการประกาศเป็นสถานศึกษาพอเพียงแล้ว โดยเปิดโอกาสให้ส่งผลงานการนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการจัดการศึกษา ซึ่งปรากฏภาพความสำเร็จของสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา บุคลากรของสถานศึกษาและผู้เรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เรียนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงปฏิบัติตนให้ดำเนินชีวิตได้อย่างสมดุลและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง รางวัลนี้เป็นการรับรองผลงานของผู้บริหารและครูในเชิงประจักษ์ และเป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้บริหารและครู โดยเน้นผลการปฏิบัติของสถานศึกษาทั้งระบบ (Whole School Approach) และการพัฒนาผู้เรียนที่ร่วมอยู่ในผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ

เกณฑ์การส่งผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศ

  1. รางวัลสูงสุดระดับชาติสถานศึกษาพอเพียงที่มีผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ต้องเป็นโครงการ/กิจกรรมที่เป็นแบบอย่างในการน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการจัดการศึกษาทั้งระบบของโรงเรียน (Whole School Approach) และส่งผลต่อผู้เรียนในการบ่มเพาะอุปนิสัย “อยู่อย่างพอเพียง” ตามที่ได้ปฏิบัติจริง ตลอดจนมีการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
  2. ผลงานที่ส่งสมัครต้องเป็นกิจกรรมที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ/กิจกรรม ทุกระดับ (ผู้บริหาร ครูแกนนา และนักเรียนแกนนา) ได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดาเนินการ(ดำเนินการตามหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี บนพื้นฐานของการมีคุพอเพียง และเกิดผลจากการปฏิบัติจริงกับผู้เรียน ในการใช้ชีวิตสมดุลและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมและใช้ความรู้) เพื่อจัดการศึกษาของสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง



สถานศึกษาพอเพียง (สภพ.)


สถานศึกษาพอเพียง คือ สถานศึกษาที่นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาจัดการศึกษาในทุกมิติ ทั้งการจัดสภาพแวดล้อม การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการมีแบบอย่าง โดยเริ่มปรากฏผลจากการดำเนินการสู่ผู้เรียนมีอุปนิสัย “อยู่อย่างพอเพียง” บ้างแล้ว

สถานศึกษาที่น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการสถานศึกษาและจัดการศึกษาในสถานศึกษาในทุกมิติ (Whole School Approach) รวมถึงการพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษาให้เป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง คณะกรรมการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภาคการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน จึงได้จัดทำยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา โดยกำหนดเป้าหมายให้มีการพัฒนาและขยายผลให้มี “สถานศึกษาที่เป็นแบบอย่างในการจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (สถานศึกษาพอเพียง) ไม่ต่ำกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2552 และสถานศึกษาทุกแห่งน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเข้าสู่สถานศึกษาภายในปี พ.ศ. 2554

และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของยุทธศาสตร์ข้างต้น คณะทำงานขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภาคการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และโครงการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ร่วมมือกันพัฒนาสื่อเรียนรู้ต่างๆ และวิทยากรขับเคลื่อนขยายผล เพื่อพัฒนาคุณภาพการดำเนินงาน และพัฒนาเครื่องมือประเมิน “สถานศึกษาพอเพียง” สำหรับผู้ประเมินของหน่วยงานต้นสังกัดที่มีสถานศึกษาในการกำกับดูแล เพื่อให้การขับเคลื่อนสถานศึกษาพอเพียงเป็นไปอย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ จนสามารถบรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนในระยะแรก โดยมีสถานศึกษาที่ผ่านการประเมินเป็นสถานพอเพียง 1,261 แห่ง จากทุกสังกัด ในปี พ.ศ. 2552

ต่อมา สพฐ.ได้กำหนดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเพื่อขยายผลสถานศึกษาพอเพียง โดยกำหนดเป้าหมายให้มีสถานศึกษาพอเพียงในสังกัด สพฐ. ไม่น้อยกว่า 9,999 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2556 ซึ่งก็ได้เกินเป้าหมาย คือ มีสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. ผ่านการประเมินเป็นสถานศึกษาพอเพียง 13,837 แห่ง และหน่วยงานอื่นๆ ที่มีสถานศึกษาในสังกัดก็ได้ดำเนินการขยายผลเช่นเดียวกับ สพฐ. อย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปัจจุบันมีสถานศึกษาพอเพียงจากทุกสังกัดทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 – 2559 จำนวน 23,796 แห่ง ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2560)


สถานศึกษาพอเพียงที่มีผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ คือ สถานศึกษาพอเพียงผลงานที่สามารถเป็นแบบอย่างการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิตและการจัดการศึกษา โดยสามารถขยายผลสู่ชุมชนและสังคม ทั้งยังพัฒนาคุณภาพการคงสภาพสถานศึกษาพอเพียงให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

สถานศึกษาพอเพียงที่มีผลงานที่ได้รับการคัดเลือกเป็น“รางวัลสูงสุดระดับชาติ สถานศึกษาพอเพียงที่มีผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศระดับประเทศ” ประกาศโดย ศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ ซึ่งเกิดขึ้นเพื่อช่วยขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา และช่วยสนับสนุนให้เกิดการขยายผลอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการให้สถานศึกษาที่ได้รับประกาศเป็นสถานศึกษาพอเพียงกว่า 20,000 แห่ง ทั่วประเทศ และมีศักยภาพเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการดำรงชีวิตอย่างพอเพียงและการจัดการศึกษาที่ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

จนสามารถเป็นแบบอย่างให้แก่สถานศึกษาพอเพียงอื่นๆ รวมถึงชุมชนและสังคมในวงกว้างได้ ยกระดับคุณภาพไม่ให้หยุดนิ่งหลังจากได้รับการประกาศเป็นสถานศึกษาพอเพียงแล้ว โดยเปิดโอกาสให้ส่งผลงานการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการจัดการศึกษา ซึ่งปรากฏภาพความสำเร็จของสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา บุคลากรของสถานศึกษา และผู้เรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เรียนจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงปฏิบัติตนให้ดำเนินชีวิตได้อย่างสมดุลและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง


ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา คือ สถานศึกษาพอเพียงที่มีศักยภาพ และความสามารถในการขยายผลการขับเคลื่อนด้วยการเป็นสถานที่รับศึกษาดูงานการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีบุคลากรที่สามารถเป็นวิทยากรและเป็นพี่เลี้ยงให้แก่สถานศึกษาอื่นจนสามารถพัฒนาให้ประเมินผ่านเป็นสถานศึกษาพอเพียงได้อย่างน้อย 1 แห่ง

สถานศึกษาพอเพียงที่มีความประสงค์จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีศักยภาพที่จะเป็นพี่เลี้ยงขยายผลไปสู่แก่สถานศึกษาอื่นๆ ในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเข้าสู่สถานศึกษา ด้วยการเป็นสถานที่ศึกษาดูงานเกี่ยวกับการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีบุคลากรที่สามารถเป็นวิทยากร ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ครู หรือนักเรียนแกนนำ เป็นพี่เลี้ยงให้แก่สถานศึกษาอื่นๆ ที่สนใจได้ และมีผลงานเชิงประจักษ์ว่าสามารถเป็นพี่เลี้ยงช่วยพัฒนาสถานศึกษาอื่นให้ผ่านการประเมินเป็นสถานศึกษาพอเพียงได้อย่างน้อย 1 แห่ง

ซึ่งมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสถานศึกษาพอเพียงเหล่านี้ โดยร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ และดำเนินการโดยเน้นความสมัครใจ การถอดบทเรียนการสร้างเครือข่าย ผ่านตลาดนัดวิชาการเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จนเมื่อได้มีการดำเนินการมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2553 กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ร่วมมือกับเครือข่ายขับเคลื่อนฯ หลายหน่วยงานพัฒนาเครื่องมือและขั้นตอน วิธีการประเมิน ตลอดจนพัฒนาและแต่งตั้งคณะกรรมการประเมิน “ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา” เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ ทำให้ในปัจจุบันมีสถานศึกษาพอเพียงที่ผ่านการประเมินเป็น ศรร. ทั้งสิ้น 205 แห่ง จากทุกสังกัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2560)

ทั้งนี้ สพฐ. ได้มีนโยบายที่จะขยายผล ศรร.ให้ครอบคลุมทุกจังหวัดและครบทุกเขตพื้นที่การศึกษา 225 เขต เพื่อช่วยให้การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสัมฤทธิผล และขยายวงกว้าง การปลูกฝังและบ่มเพาะผู้เรียนเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายหลักสูตรการศึกษาชาติ